ข้ามไปเนื้อหาบทความ
ภาพประกอบแนวคิด: 7 วิธีหาลูกค้า B2B ใหม่อย่างเป็นระบบ ที่ธุรกิจนำไปใช้ได้จริง

ACCELLA INSIGHTS / กลยุทธ์ B2B

7 วิธีหาลูกค้า B2B ใหม่อย่างเป็นระบบ ที่ธุรกิจนำไปใช้ได้จริง

หลายธุรกิจมีสินค้าและบริการที่ดี มีทีมขายที่มีประสบการณ์ แต่ยังประสบปัญหาในการหาลูกค้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการไม่รู้ว่าจะหาลูกค้าจากที่ไหน ติดต่อไปแล้วไม่ได้รับการตอบกลับ หรือมีลูกค้าสนใจแต่ไม่มีการติดตามต่อเนื่อง

อ่านต่อ

หลายธุรกิจมีสินค้าและบริการที่ดี มีทีมขายที่มีประสบการณ์ แต่ยังประสบปัญหาในการหาลูกค้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการไม่รู้ว่าจะหาลูกค้าจากที่ไหน ติดต่อไปแล้วไม่ได้รับการตอบกลับ หรือมีลูกค้าสนใจแต่ไม่มีการติดตามต่อเนื่อง

ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากความสามารถของพนักงานขาย แต่อาจเป็นเพราะธุรกิจยังไม่มี ระบบหาลูกค้าใหม่ที่ชัดเจน

การหาลูกค้า B2B (Business-to-Business) จึงไม่ใช่แค่การรวบรวมรายชื่อบริษัทให้ได้มากที่สุด แต่คือการค้นหาลูกค้าที่เหมาะสม สร้างความสนใจ และพัฒนาให้กลายเป็นโอกาสขายอย่างเป็นระบบ

ต่อไปนี้คือ 7 ขั้นตอนที่ธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

1. กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจน

ก่อนเริ่มหาลูกค้าใหม่ ธุรกิจควรรู้ก่อนว่าใครคือลูกค้าที่เหมาะสมที่สุด หรือที่เรียกว่า Ideal Customer Profile (ICP)

ควรพิจารณาประเภทธุรกิจ ขนาดบริษัท พื้นที่ให้บริการ ปัญหาที่ลูกค้ากำลังเผชิญ และความเหมาะสมกับสินค้าหรือบริการของเรา

ตัวอย่าง: บริษัทที่จำหน่ายระบบบริหารคลังสินค้า อาจมุ่งเน้นโรงงานหรือผู้จัดจำหน่ายที่มีคลังสินค้าหลายแห่ง แทนที่จะติดต่อทุกบริษัทโดยไม่คัดเลือก

การกำหนด ICP ช่วยให้ทีมขายใช้เวลาไปกับกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสเหมาะสมกับธุรกิจมากขึ้น

2. สร้างฐานข้อมูลลูกค้า B2B ที่มีคุณภาพ

เมื่อรู้ว่าต้องการลูกค้าแบบไหน ขั้นตอนต่อมาคือการสร้างฐานข้อมูลบริษัทเป้าหมาย

ข้อมูลที่ควรมี เช่น ชื่อบริษัท ประเภทธุรกิจ เว็บไซต์ ช่องทางติดต่อ และฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง

ฐานข้อมูลที่ดีควรมีคุณสมบัติ 3 ประการ ได้แก่

  • ถูกต้อง: ข้อมูลเป็นปัจจุบันและติดต่อได้จริง
  • ตรงกลุ่ม: บริษัทมีคุณสมบัติตรงกับ ICP
  • ใช้งานได้: มีข้อมูลเพียงพอสำหรับวางแผนการติดต่อ

ควรตรวจสอบแหล่งที่มาและการใช้ข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

สิ่งสำคัญคือ ฐานข้อมูล 100 บริษัทที่ตรงกลุ่ม อาจมีประโยชน์มากกว่า 1,000 บริษัทที่ไม่ตรงกับธุรกิจเลย

3. เลือกช่องทางเข้าถึงลูกค้าให้เหมาะสม

การหาลูกค้า B2B แบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก

Inbound: ลูกค้าเป็นฝ่ายแสดงความสนใจหรือติดต่อเข้ามาก่อน เช่น ผ่านเว็บไซต์ LINE OA หรือแบบฟอร์มติดต่อ

Outbound: ธุรกิจเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหากลุ่มเป้าหมาย เช่น การโทรติดต่อบริษัทเป้าหมายหรือการติดต่อผ่านช่องทางธุรกิจที่เหมาะสม

ทั้งสองแนวทางสามารถทำงานร่วมกันได้

ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจมีลูกค้าติดต่อผ่านเว็บไซต์ ขณะเดียวกันก็มีทีม Telesales ติดต่อบริษัทเป้าหมายใหม่ โดยนำ Lead จากทั้งสองช่องทางเข้าสู่กระบวนการจัดการเดียวกัน

เป้าหมายไม่ใช่แค่การติดต่อให้ได้มากที่สุด แต่คือการสร้างโอกาสพูดคุยกับลูกค้าที่เหมาะสม

4. คัดกรอง Lead ก่อนส่งต่อทีมขาย

ไม่ใช่ทุกบริษัทที่ตอบรับการติดต่อจะพร้อมซื้อทันที

ธุรกิจจึงควรมีระบบ Lead Qualification เพื่อประเมินว่าลูกค้ามีความเหมาะสมและมีโอกาสพัฒนาไปสู่การขายหรือไม่

คำถามสำคัญ เช่น

  • ลูกค้ามีปัญหาที่สินค้าหรือบริการของเราช่วยแก้ได้หรือไม่?
  • ผู้ติดต่อมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจหรือไม่?
  • มีแผนหรือช่วงเวลาที่ต้องการเริ่มดำเนินการหรือไม่?
  • ขั้นตอนต่อไปที่เหมาะสมคืออะไร?

การคัดกรองช่วยให้ทีมขายไม่ต้องใช้เวลากับทุก Lead เท่ากัน แต่สามารถจัดลำดับความสำคัญตามความเหมาะสมได้

5. มีระบบ Follow-up ไม่ให้ลูกค้าตกหล่น

ลูกค้า B2B จำนวนหนึ่งอาจยังไม่พร้อมตัดสินใจในครั้งแรก เพราะต้องปรึกษาทีมงาน เปรียบเทียบทางเลือก หรือรออนุมัติงบประมาณ

หากไม่มีระบบติดตาม โอกาสขายเหล่านี้อาจถูกลืม

ธุรกิจจึงควรบันทึกข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผลการติดต่อครั้งล่าสุด ความต้องการของลูกค้า ผู้รับผิดชอบ และวันที่ควรติดตามครั้งถัดไป

การใช้ CRM หรือระบบ Lead Management สามารถช่วยจัดเก็บประวัติและแจ้งเตือนงานติดตามได้

ระบบที่ดีควรทำให้ทีมงานตอบได้ทันทีว่า ลูกค้ารายนี้อยู่ขั้นตอนไหน ใครรับผิดชอบ และต้องทำอะไรต่อ

6. ส่งต่อโอกาสขายให้ทีม Sales อย่างมีระบบ

เมื่อ Lead ผ่านการคัดกรองแล้ว ควรส่งต่อให้ทีมขายพร้อมข้อมูลที่จำเป็น เช่น ความต้องการของลูกค้า ผลการพูดคุยที่ผ่านมา ผู้ประสานงาน และขั้นตอนถัดไป

ตัวอย่างเช่น แทนที่จะส่งเพียงชื่อบริษัทและเบอร์โทรศัพท์ ทีมขายควรได้รับข้อมูลว่า

"บริษัทนี้กำลังมองหาระบบบริหารคลังสินค้า มีแผนพิจารณาโครงการในไตรมาสหน้า และต้องการนัดพูดคุยเพื่อประเมินโซลูชัน"

การส่งต่อข้อมูลที่ครบถ้วนช่วยให้ทีมขายเตรียมการสนทนาได้ดีขึ้น และลดปัญหาที่ลูกค้าต้องอธิบายเรื่องเดิมซ้ำหลายครั้ง

7. วัดผลและปรับปรุงกระบวนการขาย

ธุรกิจไม่ควรวัดความสำเร็จจากจำนวนรายชื่อหรือจำนวนครั้งที่โทรเพียงอย่างเดียว

ควรติดตามตัวชี้วัดสำคัญ เช่น

KPIสิ่งที่วัด
Contact Rateสัดส่วนกลุ่มเป้าหมายที่ติดต่อสำเร็จ
Qualification Rateสัดส่วน Lead ที่ผ่านเกณฑ์
Meeting Rateสัดส่วนที่เกิดการนัดหมาย
Conversion Rateสัดส่วนที่เปลี่ยนเป็นลูกค้าจริง

ตัวอย่างเช่น หากติดต่อบริษัทได้จำนวนมาก แต่มี Qualified Leads น้อย อาจต้องทบทวนคุณภาพฐานข้อมูลหรือวิธีเลือกกลุ่มเป้าหมาย

การมีข้อมูลช่วยให้ผู้บริหารรู้ว่าควรปรับปรุงขั้นตอนไหน แทนที่จะเพิ่มเป้าหมายการโทรโดยไม่รู้สาเหตุของปัญหา

จากการหาลูกค้าใหม่ สู่การสร้างระบบขายที่เติบโตได้

ทั้ง 7 ขั้นตอนมีสิ่งหนึ่งร่วมกัน คือการทำให้การหาลูกค้าใหม่ไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถหรือความจำของพนักงานแต่ละคนเพียงอย่างเดียว

แนวคิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Sales Transformation ซึ่งเชื่อมองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้านเข้าด้วยกัน

  • People: ทีมงานที่เข้าถึง คัดกรอง และติดตามลูกค้า
  • System: กระบวนการและเครื่องมือที่ทำให้งานขายเป็นมาตรฐาน
  • Data: ข้อมูลที่ช่วยเลือกกลุ่มเป้าหมายและวัดผลการขาย

เมื่อทั้งสามส่วนทำงานร่วมกัน ธุรกิจจะสามารถบริหารโอกาสขายได้อย่างเป็นระบบ และมีพื้นฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ธุรกิจ B2B ควรเริ่มหาลูกค้าใหม่จากช่องทางไหน?

ควรเริ่มจากการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แล้วเลือกใช้ Inbound หรือ Outbound ตามพฤติกรรมของลูกค้า งบประมาณ และทรัพยากรของธุรกิจ

ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องมี CRM หรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากระบบขนาดใหญ่ แต่ควรมีวิธีจัดเก็บข้อมูลลูกค้าและติดตามงานที่ชัดเจน เมื่อกิจกรรมการขายเพิ่มขึ้น CRM จะช่วยให้บริหารงานได้สะดวกขึ้น

ควรใช้ทีมขายภายในหรือ Outsource ในการหาลูกค้าใหม่?

ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทีม ความซับซ้อนของสินค้า และเป้าหมายธุรกิจ บางองค์กรอาจใช้ทีมภายนอกช่วยค้นหาและคัดกรอง Lead ก่อนส่งต่อให้ทีมขายภายใน

สรุป

การหาลูกค้า B2B อย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่การติดต่อให้ได้มากที่สุด แต่คือการเข้าถึงลูกค้าที่เหมาะสม คัดกรองโอกาสขาย ติดตามอย่างต่อเนื่อง และวัดผลเพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการ

Accella — Your Growth Partner

Accella ช่วยธุรกิจพัฒนากระบวนการขายผ่านแนวคิด Sales Transformation โดยผสาน People, System และ Data เพื่อสนับสนุนการหาลูกค้าใหม่ การบริหาร Lead และการสร้างระบบขายที่ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

ต้องการสร้างระบบหาลูกค้า B2B ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ?

ปรึกษาทีม Accella เพื่อร่วมประเมินแนวทางเพิ่มลูกค้าใหม่และพัฒนากระบวนการขายให้เป็นระบบ

มุมมองจากทีม

ทีมงาน Accella

แนวคิดด้าน Sales Infrastructure จาก Accella ผู้เชื่อมคน ระบบ และข้อมูล ให้การขาย B2B ทำงานร่วมกันอย่างมีทิศทาง

รู้จัก Accella
กลับด้านบน

FROM INSIGHT TO ACTION

เข้าใจโครงสร้างแล้ว
ออกแบบก้าวต่อไปด้วยกัน.

ดูภาพรวมบริการ