THE BIG PICTURE
ประเด็นสำคัญก่อนเริ่มอ่าน
- Lead Management จัดการโอกาสตั้งแต่รับเรื่องจนถึงการติดตามและส่งต่อ ไม่ใช่เพียงเก็บรายชื่อ
- สถานะต้องมีความหมายร่วมกัน และงานถัดไปต้องมีผู้รับผิดชอบ
- เลือกเครื่องมือจากขั้นตอนจริงของทีม แล้วทดสอบด้วยสถานการณ์ส่งต่องาน
ลูกค้าติดต่อมาแล้ว แต่คนที่รับเรื่องไม่ได้เป็นคนดูแลต่อ หากข้อมูลที่ส่งให้กันมีเพียงชื่อและคำว่า “สนใจ” ทีมถัดไปต้องเริ่มถามใหม่ และอาจไม่รู้ว่าควรทำอะไรเมื่อไร Lead Management ช่วยจัดการช่องว่างระหว่างการรับโอกาสกับการลงมือทำงานต่อ
สำหรับ B2B หนึ่งบริษัทอาจมีหลายผู้ติดต่อ หลายความต้องการ และหลายรอบการตัดสินใจ ระบบควรรองรับบริบทของบริษัทและงาน ไม่ผูกความเข้าใจทั้งหมดไว้กับผู้ติดต่อเพียงคนเดียว
Lead Management ต่างจากรายชื่อและ CRM อย่างไร
รายชื่อบอกว่าใครอาจเป็นลูกค้า Lead Management ครอบคลุมวิธีรับเรื่อง คัดกรอง จัดลำดับ มอบหมาย ติดตาม และสรุปผล ส่วน CRM เป็นเครื่องมือที่อาจรองรับกระบวนการเหล่านี้ร่วมกับการจัดการความสัมพันธ์ด้านอื่น
การมี CRM ไม่ได้หมายความว่าขั้นตอนส่งต่องานชัดเจนแล้ว ต้องกำหนดว่าทีมใช้สถานะอย่างไร ใครรับผิดชอบ และข้อมูลใดจำเป็นในแต่ละจังหวะ Spreadsheet อาจเพียงพอสำหรับงานขนาดเล็ก แต่ควรประเมินใหม่เมื่อหลายคนต้องแก้ข้อมูลพร้อมกันหรือติดตามประวัติการเปลี่ยนแปลง
ข้อมูลที่ช่วยให้ทีมรับช่วงต่อได้
ออกแบบข้อมูลให้ตอบคำถามของคนที่จะทำงานถัดไป:
- บริษัทและผู้เกี่ยวข้อง: องค์กร สาขา ผู้ติดต่อ และบทบาทในการตัดสินใจ
- ความต้องการและข้อจำกัด: สิ่งที่ลูกค้าบอกเอง แยกจากข้อสันนิษฐานของทีม
- ประวัติการติดต่อ: คุยเรื่องอะไร ผ่านช่องทางใด และมีข้อสรุปหรือข้อมูลใหม่อะไร
- ขั้นตอนถัดไป: งานที่ต้องทำ ผู้รับผิดชอบ และวันติดตามที่ตกลงหรือวางแผนไว้
- การเข้าถึงข้อมูล: ใครควรเห็นหรือแก้ข้อมูล รวมถึงความประสงค์เกี่ยวกับการติดต่อ
ไม่จำเป็นต้องบังคับกรอกทุกช่องตั้งแต่แรก แต่ต้องรู้ว่าข้อมูลใดยังขาด และขาดแล้วส่งผลต่อการส่งงานอย่างไร
สถานะที่ดีบอกว่าใครทำอะไรต่อ
คำว่า “สนใจ” อาจหมายถึงรับข้อมูลไว้ก่อน ยอมคุยเพิ่มเติม หรือพร้อมขอใบเสนอราคา หากทีมตีความต่างกัน ตัวเลขในรายงานก็เปรียบเทียบกันไม่ได้
กำหนดเกณฑ์เข้าและออกของแต่ละสถานะพร้อมผู้เปลี่ยน ตัวอย่างเช่น “รอยืนยันนัด” กับ “ยืนยันนัดแล้ว” ควรแยกกัน หากต้องการนำจำนวนไปวางแผนงานจริง
ทุกสถานะควรตอบได้ว่า รออะไร และใครทำต่อ
ตัวอย่างสมมติ: ลูกค้าขอรายละเอียดบริการและให้กลับไปคุยสัปดาห์หน้า บันทึกควรแสดงเรื่องที่ต้องส่ง ผู้รับผิดชอบการส่ง และงานติดตาม ไม่ควรเลื่อนสถานะเป็นโอกาสพร้อมปิดเพียงเพราะลูกค้ายอมรับข้อมูล
ทำงานกับทีมภายนอกบนบริบทเดียวกัน
เมื่อมีทีม Teleagent ภายนอกและทีมขายภายใน จุดสำคัญคือข้อตกลงในการส่งงาน: ข้อมูลที่ต้องครบ วิธีตอบกลับเมื่อรับงาน และวิธีส่งเรื่องกลับเมื่อต้องตรวจเพิ่ม
Accella CRM ช่วยให้ทีม Teleagent และทีมลูกค้าใช้บริบท ประวัติ และงานร่วมกัน การมองเห็นข้อมูลต้องสัมพันธ์กับหน้าที่และสิทธิ์ของแต่ละทีม หากต้องการทีมช่วยเข้าถึงและดูแลลูกค้า อ่านขอบเขต บริการ Teleagent ประกอบ
สำหรับลูกค้าออนไลน์ Accella ONE เชื่อมการรับเรื่องกับงานหลังบ้านตามขอบเขตที่วางไว้ การส่งข้อมูลระหว่างระบบต้องตรวจความสามารถและกำหนดเงื่อนไขร่วมกันก่อนใช้งาน
ประเมินระบบด้วยสถานการณ์จริง
ให้ทีมลองเดินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย:
- ลูกค้าเดิมติดต่อกลับมา ทีมเห็นประวัติที่เกี่ยวข้องหรือไม่
- ผู้รับผิดชอบเปลี่ยน คนใหม่รู้เรื่องที่ตกลงไว้และงานค้างหรือไม่
- ลูกค้ายังไม่พร้อมซื้อ กำหนดติดตามพร้อมเหตุผลได้หรือไม่
- ข้อมูลไม่ครบหรือขัดกัน ส่งกลับให้ตรวจและเห็นผู้รับผิดชอบหรือไม่
- รายงานแยกบริษัท ผู้ติดต่อ และจำนวนกิจกรรมโดยไม่ปนกันได้หรือไม่
ผลทดสอบช่วยระบุสิ่งที่ต้องกำหนดในกระบวนการ สิ่งที่ต้องตั้งค่า และส่วนที่อาจต้องเชื่อมระบบเพิ่มเติม
วัดความต่อเนื่องก่อนสรุปผลลัพธ์
เริ่มจากงานที่ไม่มีเจ้าของ รายการเกินกำหนด การส่งต่อที่ถูกส่งกลับ และความครบถ้วนตามเกณฑ์ จากนั้นติดตามโอกาสและยอดขาย โดยใช้หน่วยนับกับช่วงเวลาที่ชัดเจน
ระบบไม่ได้ทำให้อัตราปิดการขายดีขึ้นโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ยังขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย ข้อเสนอ และการปฏิบัติงาน เป้าหมายคือให้ทีมเห็นปัญหาและปรับงานจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้
Lead Management เป็นส่วนหนึ่งของ Sales Infrastructure ที่เชื่อมคน ระบบ และข้อมูลเข้าด้วยกัน ดูภาพรวมบริการของ Accella เพื่อพิจารณาว่าส่วนไหนควรวางรากฐานก่อน


